ไหว้พระจันทร์ เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน ท่ามกลางบรรยากาศฟ้าฝนอันแสนชุ่มฉ่ำแบบนี้ ทำเอาเย็นกายเย็นใจกันถ้วนหน้าเลยใช่ไหม สำหรับบ้านเรานี้กำลังอยู่ในช่วงของฤดูฝน แต่สำหรับประเทศเขตอบอุ่น บ้านเขากำลังย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีสวยกันเลยทีเดียว แหม! โรแมนติกอะไรเบอร์นั้น (แอดมินแอบอิจฉา555) และในช่วงของความโรแมนติกนี้ มีเทศกาลหนึ่งที่มีความสำคัญกับคนจีนและคนเชื้อสายจีนทั่วโลก รวมทั้งคนไทยเชื้อสายจีนด้วย นั่นคือ “เทศกาลไหว้พระจันทร์” หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 中秋节 อ่านว่า “จงชิวเจี๋ย” ถ้าแปลตรงตัวก็หมายถึง เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงนั่นเอง ปี 2559 ตรงกับวันที่ 15 กันยายน
mid-autumn-festival

ความสำคัญของเทศกาลไหว้พระจันทร์

เกริ่นกันมาก็มาก ว่าแต่เทศกาลไหว้พระจันทร์เนี่ยสำคัญยังไงละ ทำม้ายยยทำไม? หันไปทางไหนก็มีแต่คนขายขนมไหว้พระจันทร์หน้าตาน่าเจี๊ยะเต็มไปหมด ขอบอกเลยว่าเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้สำคัญไม่แพ้ช่วงตรุษจีนเลย! สำคัญยังไง ตามไปอ่านกัน

เทศกาลไหว้พระจันทร์จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปีตามปฏิทินจีน ถ้าเทียบกับปฏิทินสากลมักตรงกับช่วงเดือนกันยายน ช่วงนี้บรรดาประเทศเขตอบอุ่นกำลังย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นลง (คนไทยไม่ต้องงงเนอะ เรายังอยู่ในฤดูฝนกันจ๊ะ)  โดยในช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร จึงได้จัดเทศกาลไหว้พระจันทร์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองร่วมกัน ทั้งยังเป็นวันที่มีการรวมตัวของคนในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อชมดวงจันทร์ที่สุกสว่างสวยเปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้าด้วย โดยในวันไหว้พระจันทร์เป็นวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงใหญ่ที่สุด กลมที่สุด สว่างที่สุด และสวยที่สุด

ธรรมเนียมนี้ปฏิบัติกันมาเป็นพันๆ ปีแล้ว และก็น่าจะปฏิบัติกันต่อๆ ไปอีกนาน แล้วก็ไม่ได้มีแค่คนจีนที่ไหว้พระจันทร์ เพราะดินแดนอื่นๆ อย่างฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และเวียดนามก็มีประเพณีนี้เหมือนกัน

moon

ปรัมปราแสนสนุกเกี่ยวกับวันไหว้พระจันทร์

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่เล่าถึงตำนานการไหว้พระจันทร์กันมาบ้าง เราลองมาดูกันว่าเรื่องที่ฟังกันมาตั้งแต่เด็กตรงกันไหม (แอดมินคิดว่าตรงกันแน่ๆ อิอิ)

ตำนานแรก เป็นตำนานยอดฮิตติดทุกท็อปชาร์ต หลายคนจดจำเรื่องราวนี้ได้อย่างดี นั่นคือ ตำนานไหว้พระจันทร์กู้ชาติจากมองโกล ถ้าใครเคยอ่านประวัติศาสตร์จีน จะรู้ว่ามีช่วงระยะเวลาหนึ่งราวศตวรรษที่ 13-14 เป็นช่วงเวลาที่ชาวมองโกลเข้ามาปกครองแผ่นดินจีน คิดดูว่า ต่างชาติมาปกครอง เขาจะปกครองดีหรือ เขาจะเมตตาเราไหม ไม่มีไม่มี้ซะหรอก ว่ากันว่ามองโกลปกครองคนจีนแบบกดขี่มาก นานวันเข้า คนจีนบอกเลย ศรีจะไม่ทน!!! ก็เลยจัดการเขียนสาส์นลับนัดแนะวันเวลาลุกฮือโค่นล้มพวกมองโกล ซึ่งก็ทำสำเร็จ คนจีนจัดการทหารมองโกลซะราบเป็นหน้ากลอง แต่เพื่อให้สาแก่ใจยิ่งกว่านั้น คนจีนก็ตัดหัวมองโกลมาเซ่นไหว้พระจันทร์ซะเลย (โหดอะไรเบอร์นั้น!!!) ทุกวันนี้เวลาไหว้พระจันทร์จึงต้องไหว้ส้มโอด้วย เพื่อใช้แทนหัวมองโกลไง

mooncake-tea

ส่วนอีกตำนานเล่ากันมาว่า ในสมัยหนึ่ง มีดวงอาทิตย์ถึง 10 ดวง สาดแสงส่งความร้อนเหลือคณามาบนโลก ชายผู้มีฝีมือแม่นธนูคนหนึ่งนามว่า “โฮวอี้” จึงรับพระบัญชาจากกษัตรย์เหยาว่าให้ไปจัดการดวงอาทิตย์หน่อย โฮวอี้ก็เลยใช้ธนูยิงดวงอาทิตย์ตกลงมา 9 ดวง พอโอวอี้จะยิงดวงที่ 10 กษัตริย์เหยารีบเบรกตัวโก่งเลยจ้าาาา… บอกเขาว่า เก็บไว้สักดวงให้ชาวบ้านได้ทำการเกษตรบ้าง ไม่มีดวงอาทิตย์แล้วจะเพาะปลูกยังไง ตั้งแต่นั้นมาชาวประชาชีก็อยู่กันอย่างมีความสุข ฝ่ายโฮวอี้มีภรรยาสาวสวยนางหนึ่งนามว่า “ฉางเอ๋อ” (คนไทยรู้จักดีแน่ๆ) ทั้งคู่ก็อยู่กินกันตามประสาผัวเมียกันเรื่อยมา อยู่มาวันหนึ่ง โฮวอี้ได้ยาอายุวัฒนะมาจากเจ้าแม่ซีหวังหมู่ โฮวอี้เซย์โนทันที บอกไม่กินหรอก ถ้ากินข้าอายุยืนแล้วเมียรักตายก่อน ข้าก็แย่น่ะซิ (รักเมียจังเนอะ) ก็เลยเก็บขึ้นหิ้งเฉยๆ

แต่ในบ้านของสองผัวเมียคู่นี้มีคนใช้คนหนึ่งชื่อว่าเผิงเหมิง เป็นคนจิตใจหยาบช้า โฮวอี้และฉางเอ๋อไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองเลี้ยงงูพิษเอาไว้ วันหนึ่งโฮวอี้ออกไปล่าสัตว์ บอกให้เผิงเหมิงตามไปด้วย แต่คนใช้อกตัญญูรายนี้กลับแกล้งป่วย โฮวอี้จึงต้องไปคนเดียว พอสบโอกาส เผิงเหมิงก็ข่มขู่เอายาอายุวัฒนะจากฉางเอ๋อ นางจะสู้ก็สู้ไม่ไหว คิดไปคิดมา นางจึงกินยานั้นซะเอง แล้วก็เหาะรวดเดียวถึงดวงจันทร์ โฮวอี้กลับมาทราบเรื่องจะตามไปก็ตามไม่ได้ สุดท้ายพอถึงวันพระจันทร์เต็มดวง โฮวอี้จะจัดโต๊ะมีข้าวของต่างๆ ไหว้พระจันทร์ เพื่อให้รู้สึกว่าเหมือนกับได้พบหน้าศรีภรรยาสุดที่รักอีกครั้ง ชาวบ้านชาวช่องทราบเรื่อง รู้สึกซาบซึ้งตรึงใจกับความโรแมนติกนี้ จึงทำตามอย่างโฮวอี้ด้วย เกิดเป็นประเพณีไหว้พระจันทร์ขึ้นมา

ฉางเอ๋อเหาะไปดวงจันทร์

ของไหว้วันไหว้พระจันทร์

ถ้าใครคิดว่าของไหว้พระจันทร์ยุ่งยากสลับซับซ้อน ใช้ของเยอะ ดูงงๆ ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดแล้ว เพราะของไหว้พระจันทร์มีไม่มาก ง่ายๆ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกัน

– ธูปเทียน

– ดอกไม้สด

– กระดาษเงินกระดาษทอง (ใช้มากน้อย รูปแบบไหน ตามใจชอบ บางคนก็จัดแบบเว่อร์วังอลังการ สวยงามกันไป)

– อาหารเจ 5 อย่าง มีวุ้นเส้น ดอกไม้จีน เห็ดหอม ฟองเต้าหู เห็ดหูหนูดำ

– ผลไม้ เช่น ส้ม แอปเปิ้ล กล้วย ฯลฯ

– สำหรับไฮไลต์ของงานที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ “ขนมไหว้พระจันทร์” หรือเรียกว่า 月饼 อ่านว่า “เยว่ปิ่ง” ซึ่งทำจากแป้งและธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่ว งา ปัจจุบันมีการดัดแปลงเป็นสารพัดไส้ให้เลือก ใครชอบไส้ไหนอยากกินไส้ไหนก็เลือกกันไป นอกจากนั้น ยังมีขนมโก๋ ขนมงา และเหล็กเต่ากอ (ทำจากถั่วเขียว)

mooncake

ขนมโก๋

– อีกหนึ่งของไหว้ที่หลายคนบอกเลยว่าพลาดไม่ได้เหมือนกัน นั่นคือ เครื่องสำอาง ไม่ว่าจะแป้ง สบู่ น้ำหอม ฯลฯ เพราะเชื่อกันว่าหากนำของเหล่านี้มาไหว้พระจันทร์แล้วนำไปใช้ จะทำให้ใบหน้าสวยผุดผ่องเปล่งประกายเหมือนพระจันทร์

mid-autumn-festival-cosmetic

เป็นไงกันบ้าง สนุกกันไหมเอ่ย ตำนานไหว้พระจันทร์ที่เล่ามา ถ้าใครไปได้ยินเรื่องเล่าที่ต่างไปจากนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะวันไหว้พระจันทร์มีหลายตำนานหลายเรื่องราวมาก หาข้อสรุปไม่ได้ว่าเรื่องไหนจริง แหม! เรื่องมีเป็นพันๆ ปี จะคลาดเคลื่อนบ้างถือว่าปกติค่าาาา จริงไหม? แต่ไม่ว่าปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมานี้จะเป็นอย่างไร ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเทศกาลนี้ คือ การได้มาอยู่รวมกันพร้อมหน้าพร้อมตาของสมาชิกทุกคนในครอบครัว เป็นการแสดงออกถึงความรักและความสามัคคีที่มีต่อกัน ตลอดจนเป็นการส่งความปรารถนาดีให้แก่กัน

Please Enter Your Facebook App ID. Required for FB Comments. Click here for FB Comments Settings page

Leave a Reply